นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีมอบรางวัลครุฑทองคำและประกาศเกียรติคุณแก่ผู้บริหารราชการ พลเรือนดีเด่น ประจำปี 2550-2551
นายกฯ แนะขรก.ไม่จำเป็นต้องสนองฝ่ายการเมืองถ้าให้ทำสิ่งผิด ส่วนผู้บริหารในระบบราชการต้องมีความรู้ ความเสียสละ ทุ่มเท ซื่อสัตย์สุจริต

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 ธ.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีมอบรางวัลครุฑทองคำและประกาศเกียรติคุณแก่ผู้บริหารราชการ พลเรือนดีเด่น ประจำปี 2550-2551ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจัดโดยสมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย ทั้งนี้การมอบรางวัลมีการแบ่งเป็น 5 ระดับสายงานการบริหาร โดยมีบุคคลที่ได้รับรางวัลครุฑทองคำทั้งหมด 10 คน ทั้งนี้ในส่วนของ สายตำแหน่งปลัดกระทรวง ผู้ได้รับรางวัลได้แก่นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่ปรากฏว่านายจรัญไม่ได้มารับรางวัลในงานดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากติดภารกิจ


ส่วนสายตำแหน่งอธิบดี ได้แก่ นายปรีชา วัชราภัย อดีตเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ คุณพรทิพย์ จาละ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายอนุชา โมกขเวส อดีติอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สายตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ได้แก่ นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขาการ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายพูลศักดิ์ ประณุทนรพาล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดจันทรบุรี นายสยุมพร ลิ่มไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สายตำแหน่งอธิการบดี ได้แก่ รศ.เกียรติคุณ ดร.สุมนต์ สกลไชย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และสายตำแหน่งเอกอัครราชทูต ได้แก่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา

นายกรัฐมนตรี กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า การปฏิบัติราชการในยุคปัจจุบันมีความสลับซับซ้อนเนื่องจากสังคมมีความ เปลี่ยนแปลงมาก และสังคมมีความคาดหวังต่อราชการ ทั้งนี้ระบบที่มีความซับซ้อนในแง่ของกฎ การประเมินผลและการบริหารจัดการทำให้มีความยากลำบากในการปฏิบัติงานมากขึ้น ซึ่งตนสัมผัสทุกวันจากการเซ็นเอกสารที่มีคดีจากศาลปกครองจากการใช้สิทธิโต้ แย้งซึ่งมีอยู่มากที่ตนต้องเซ็นรับทราบ

"แต่จากคำวินิจฉัยที่ผมเห็นจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบตามหน้าที่แล้ว แต่นั่นสะท้อนถึงความยากลำบากในการทำหน้าที่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการใช้อำนาจและดุลพินิจ ที่ให้คุณและโทษแก่ข้าราชการด้วยกันและประชาชน ดังนั้นจึงต้องทำอย่างเที่ยงธรรมยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ"นายกฯ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ผู้บริหารในระบบราชการต้องมีความรู้ ความเสียสละ ทุ่มเท มีภาวะผู้นำ ซื่อสัตย์สุจริต ทำตัวเป็นแบบอย่างและบริหารหน่วยงานใต้บังคับบัญชาให้มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล ต้องกล้าหาญในการไม่ยอมรับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และไม่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางความยากลำบาก และนอกจากการทำตัวให้ดีแล้วต้องส่งเสริมให้คนในหน่วยงานมีความสามารถในการทำ งานเพื่อบ้านเมืองและประชาชน สร้างจิตสำนึกให้องค์กรและวงกว้าง เพราะเราต้องการคนดีมีคุณธรรม มีจิตสำนึกไม่ใช่แค่การเป็นคนเก่ง

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ความสำคัญของฝายการเมืองและข้าราชการประจำนั้นตนเป็นนักการเมืองอาชีพทราบดี ว่าระบบการเมืองทำให้ฝ่ายการเมืองมีอำนาจมากที่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนในการเข้ามากำหนดนโยบาย แต่การใช้อำนาจบางครั้งเกินขอบเขตที่เป็นฉันทานุมัติของประชาชน โดยมีประโยชน์แอบแฝง ดังนั้นผู้บริหารต้องรักษาความพอดี สมดุลที่ต้องสนองตอบนโยบายรัฐบาล แต่ขณะเดียวกันไม่ได้หมายความว่าจะสนองสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือโอนอ่อนต่อการ แวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง แม้ฝ่ายการเมืองเปลี่ยนแปลงตามวาระตามกฏกติกา แต่ข้าราชการทุกคนก็ต้องเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเป็นเช่นไร.

 

   

 

  

สมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย 736/3 ซอยเศรษฐสุนทร ถนนพระราม 5 กรุงเทพฯ 10300
โทร 02-243-1521 , 243-2750 , โทรสาร 02-241-3839 e-mail: webmaster