ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2516 มีข้าราชการกลุ่มหนึ่งที่มีความคิดเห็นตรงกัน อาทิ นายประยูร เถลิงศรี ดร.กระมล ทองธรรมชาติ นายกำจัด กีพานิช นายสมาน สุวรรณโชตินายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ นายคนึง ฤๅไชย และนายอมรจันทรสมบูรณ์ ได้ปรึกษาหารือกันที่จะจัดตั้งสมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทยขึ้น โดยมีนายประยูร เถลิงศรี ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการประสานงานในที่สุดการจัดตั้งสมาคม ฯ ก็ประสบผลสำเร็จ โดยมีข้าราชการจากส่วนข้าราชการต่างๆ รวม 17 คน ทำการอนุญาตต่อกรมการศาสนาจัดตั้งสมาคมข้าราชกาลพลเรือนแห่งประเทศไทยขึ้น และได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศาสนาเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2517 ต่อมาได้จดทะเบียนตั้งสมาคม ฯ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2517

 

          เมื่อเริ่มการจัดตั้งสมาคม ฯ มีสมาชิกจำนวน 465 คน และเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2517 ได้มีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคม ฯ ขึ้น โดยมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารของสมาคม ฯ จำนวน 14 คน โดย นายประยูร เถลิงศรี ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม ฯ คนแรก สมาคม ฯ ภายใต้การนำของ นายประยูร เถลิงศรี ได้ดำเนินงานมีประโยชน์ต่อสมาคม ฯ ในช่วงแรกเริ่มเป็นอันมาก จนกระทั่งในเดือนสิงหาคม 2518 นายประยูร เถลิงศรี ได้ย้ายไปเป็นทูตพาณิชย์ประจำกรุงบอนน์ อย่างกะทันหัน จึงทำให้ตำแหน่งนายกสมาคม ฯ ว่างลง กรรมการสมาคม ฯ จึงได้มีมติให้ ดร.กระมล ทองธรรมชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการ ฯ ขึ้นดำลงตำแหน่งนายกสมาคม ฯ แทนจนกระทั่งมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2519 ที่ประชุมได้เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดใหม่ จำนวน 14 คน ในการนี้ กรรมการที่ได้รับการเลือกตั้งได้ลงมติให้ ดร.กระมล ทองธรรมชาติ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม ฯ ต่อไป ในช่วงนี้สมาคม ฯ มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 1,845 คน

 

         ต่อมาในการประชุมใหญ่สามัญ เดือนมีนาคม 2521 ได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม ฯ ชุดใหม่ตามวาระ และกรรมการสมาคม ฯ ได้เลือก ดร.กระมล ทองธรรมชาติ ให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ อีกสมัยหนึ่งจนถึงปี 2523 ในระยะนี้สมาคมฯมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 2,250 คน ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2523 สมาคมฯ ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีโดยมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมฯชุดใหม่ตามวาระ และคณะกรรมการสมาคมฯชุดใหม่ได้เลือกนายสมาน สุวรรณโชติ ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขานุการฯ มานานหลายปี ให้รับตำแหน่งนายกสมาคมฯ สืบต่อมา

                                     

                                                ในช่วงปี พ.ศ. 2523 – 2525 สมาคมฯ ได้รณรงค์อย่างเต็มที่เพื่อขยายการรับสมาชิกสมาคมฯ เป็นผลให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีจำนวนประมาณ 25.000 คน โยมีการแต่งตั้งผู้แทนประจำกระทรวง ทบวง กรม และจังหวัดต่างๆ ด้วย อย่างไรก็ตามการมีจำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้น ได้ก่อให้เกิดปัญหาเรื่องสถานที่จะใช้รวบรวมเอกสารต่างๆ รวมทั้งใช้เป็นแหล่งรวมในการพบปะของสมาชิกสามาคมฯ ทั้งนี้นับแต่ก่อตั้งสมาคมฯ เมื่อปี 2517 จนถึงปี 2525 สมาคมฯ ยังไม่มีที่ทำการถาวร โดยอาศัยที่ทำงานนายกสมาคมฯ เป็นที่ทำการไปพลางก่อน จนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ 2526 ก็สามารถจัดหาที่ทำการถาวรของสมาคมฯ ได้สำเร็จ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากกรมธนารักษ์ให้เช่าสถานที่จัดตั้งเป็นสำนักงานสมาคมฯ ตั้งอยู่ ณ อาคารเลขที่ 736/1 ซอยเศรษฐสุนทร ถนนพระราม 5 เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ 200 ตารางวาเศษ มีอาคารถาวร 2 หลัง และมีการจัดหาอุปกรรืสำนักงานต่างๆ นอกจากนี้ยังได้มีการริเริ่มจัดให้มีโครงการอบรมเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการหลักสูตร “ ยุทธศาสตร์ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ” ขึ้นในส่วนกลางด้วย

                                                  ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2527 สมาคมฯ ได้ทีการจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2526 โดยมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดใหม่แทนชุดเก่าที่สิ้นสุดตามวาระ และกรรมการชุดใหม่ได้เลือกนายกระจ่าง พูลพิพัฒน์ เป็นนายกสมาคมฯ การดำเนินงานของสมาคมฯ ในช่วงนี้ได้ขยายบทบาทเพิ่มมากขึ้น ทั้งในด้านการรณฯการรับสมัครสมาชิกสมาคมฯ ขณะเดวกันก็ขยายโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการหลักสูตร “ ยุทธศาสตร์ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ” ออกไปในภูมิภาค นอกจากนี้ ยังได้ริเริ่มจัดให้มีโครงการคัดเลือกและการประกาศเกียรติคุณผู้บริหารราชการพลเรือนดีเด่นขึ้น เพื่อเป็นตัวอย่างอันดีให้ข้าราชการอื่นๆ ปฏบัติตาม ซึ่งได้มีการจัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมกันนี้ก็ยังไม่การแก้ไขข้อบังคับให้คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ มีจำนวนเพิ่มเป็น 21 คน นายกระจ่าง พูลพิพัฒน์ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ รวม 2 สมัย ต่อมาเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2531 ได้มีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีขึ้นที่สถาบันพัฒนาข้าราชการ ก.พ. โดยมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดใหม่ตามวาระด้วย และกรรมการชุดใหม่ตกลงเลือก นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ เป็นนายกสมาคมฯ อีกอสมัยหนึ่ง ซึ่งในช่วงนี้ได้ทำงานสานต่อโครงการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการมาแล้ว และในช่วงกลางปี นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ ได้ไปรับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ จึงได้เลือก รองศาสตราจารย์ นรนิติ เศรษฐบุตร ให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ แทนจนถึงสิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง

                                                          เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2535 สมาคมฯ ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีขึ้นที่สถาบันพัฒนาประสิทธิภาพข้าราชการ สำนักงาน ก.พ.โดยมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดใหม่ด้วย ในการนี้คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ได้เลือก นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ ซึ่งเป็นบุคคลในกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมฯ และได้ร่วมทำงานให้กับสมาคมฯ ในฐานะกรรมการอย่างต่อเนื่องตลอดมาให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ พร้อมกันนี้ ที่ประชุมใหญ่สามัญได้แก้ไขข้อบังคับให้ข้าราชการบำนาญเข้ามาเป็นกรรมการสมาคมฯ ด้วย การดำเนินงานของสมาคมฯ ในช่วงนี้มีผลคืบหน้าขึ้นอย่างมากในอันที่จะส่งเสริมบทบาทของสถาบันข้าราชการโดยส่วนรวม โดยดำเนินการรณรงค์ขยายฐานสมาชิกสมาคมฯ ให้เพิ่มมากขึ้น โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการสมาคมฯ สาขาภาคเหนือขึ้น ส่งผลให้มีสมาชิกสมาคมฯ ในช่วงนั้นประมาณ 40,000 คน พร้อมกันนี้ดำเนินการขยายโครงการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการหลักสูตร “ยุทธศาสตร์ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ” ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศดำเนินการจัดให้มีโครงการเยี่ยมเยียนข้าราชการในท้องถิ่นทุรกันดาร รวมทั้งดำเนินการร้องเรียนให้รัฐบาลปรับโครงสร้างเงินเดือนของข้าราชการใหม่ให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป และเรียกร้องให้มีการปรับปรุงสวัสดิการด้านค่าเช่าบ้านพักและด้านการรักษาพยาบาลของข้าราชการด้วย

                                ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2537 สมาคมฯ ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีขึ้นที่สถาบันประมงน้ำจืด กรมประมง โดยมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ตามวาระ และที่ประชุมกรรมการบริหารชุดใหม่ได้เลือก นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ เป็นนายกสมาคมฯ อีกสมัยหนึ่งการดำเนินงานของสมาคมฯ ในช่วงนี้ได้ริเริ่มโครงการต่างๆ หลายโครงการที่สำคัญ อาทิ กำหนดให้ปี 2538 เป็นปีแห่งการรณรงค์เพื่อเร่งรัดพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานของข้าราชการ โดยจัดให้มีกิจกรรมที่สำคัญได้แก่ การจัดทำสติกเกอร์คำขวัญที่ว่า “เร่งรัดพัฒนาอุทิศเวลาให้ประชาชื่นใจ” เพื่อแจกจ่ายแก่ข้าราชการ การประกวดวาดภาพเด็กนักเรียน การประกวดเรียงความ การแต่งเพลงข้าราชการ การนำภาพวาดที่ชนะการประกวดของเด็กนักเรียนไปจัดทำ ส.ค.ส.จำหน่ายแก่ส่วนราชการ ขณะเดียวกันได้ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาข้าราชการ จัดการสัมมนาทางวิชาการเพื่อแสวงหาแนวทางเพิ่มพูนประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการ ดำเนินการจัดพิมพ์หนังสือการทำงานตามรอยพระยุคลบาทขึ้นแจกจ่ายข้าราชการและรณรงค์ให้ข้าราชการทำงานตามรอยพระยุคลบาท

                                           เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2540 สมาคมฯ ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีขึ้นที่กรมพัฒนาที่ดิน โดยมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ชุดใหม่ตามวาระด้วย ในการนี้คณะกรรมบริหารชุดใหม่ได้ขอให้ นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ รับตำแหน่งนายกสมาคมฯ อีกสมัยหนึ่ง โดยในช่วงนี้ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่สถาบันข้าราชการ โดยริเริ่มจัดให้มีโครงการคัดเลือกและประกาศเกียรติคุณเพชรน้ำเอกในวงราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ประกาศให้ปี 2540 และปี 2541 เป็นปีแห่งการรณรงค์ให้ข้าราชการปฏิบัติงานตามรอยพระยุคลบาล ด้วยการประมวลพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ข้าราชการทุกหมู่เหล่า และขอความร่วมมือส่วนราชการทุกกระทรวง รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติกรุงเทพมหานคร กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ จัดพิมพ์เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ชื่อแนวทางการปฏิบัติตามรอยพระยุคลบาท เพื่อแจกจ่ายให้ข้าราชการในสังกัดได้พกติดตัวใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานตามรอยพระยุคลบาท นอกจากนี้ ในโอกาสที่ประเทศประสบกับภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจนั้น สมาคมฯ ก็ได้รณรงค์ให้ข้าราชการร่วมแรงร่วมใจกันประหยัด เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจของชาติ พร้อมกันนี้ได้จัดโครงการแลกดอลล่าร์อาสาช่วยชาติขึ้นด้วยการขอความร่วมมือจากข้าราชการ และพ่อค้า ประชาชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้นำเงินดอลล่าร์ที่มีอยู่ออกมาแลก เพื่อแสดงให้เห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจของคนไทยในการ ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจของชาติ โดยมีผู้นำเงินดอลล่าร์มาแลก รวมทั้งสิ้นประมาณ 70 ล้านบาท

                                               เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2542 สมาคมฯ ได้จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีขึ้นที่กรมประชาสัมพันธ์โดยมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯชุดใหม่ตามวาระด้วยและกรรมการบริหารสมาคมฯได้เลือก นายอาลัย อิงคะวณิช ซึ่งได้ทำงานร่วมเป็นกรรมการสมาคมฯมาหลายสมัยเป็นข้าราชการบำนาญ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกสมาตมฯ โดยนายอาลัย อิงคะวณิชได้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯจนถึงเดือนเมษายน 2544 จึงได้ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากต้องไปดำรงตำแหน่งอธิบดีศาลปกครอง จังหวัด เชียงใหม่ และคณะกรรมกรบริหารสมาคมฯได้มอบหมายให้ นายนพดล เฮงเจริญ อุปนายก รักษาการตำแหน่งนายกสมาคมฯ ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2545 สมาคมฯได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2545 ขึ้นที่กรมประชาสัมพันธ์โดยได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯชุดใหม่และกรรมการบริหารสมาคมฯได้เลิอกนายนพดล เฮงเจริญ ซึ่งได้ปฏิบัติงานในสมาคมฯ มาหลายสมัยขึ้นดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ

          นายกสมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย

          1.นายประยูร เถลิงศรี (พ.ศ. 2517 - 2518)
          2.ศาสตรจารย์ ดร.กระมล ทองธรรมชาติ (พ.ศ. 2519 - 2522)
          3.นายสมาน สุวรรณโชติ (พ.ศ. 2522 - 2527)
          4.นายกระจ่าง พูลพิพัฒน์ (พ.ศ. 2527 - 2531)
          5.นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ (พ.ศ. 2531 - 2533)
          6.รองศาสตราจารย์ นรนิติ เศรษฐบุตร (พ.ศ. 2533 - 2535)
          7.นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ (พ.ศ. 2535 - 2542)
          8.นายอาลัย อิงคะวณิช (พ.ศ. 2542- 2545)
          9.นายนพดล เฮงเจริญ (พ.ศ. 2545 -2547)
          10. นายจาดุร อภิชาตบุตร อุปนายกฯ รักษาการ (พ.ศ.2547-2549)
          11. นายจาดุร อภิชาตบุตร (พ.ศ.2550-ปัจจุบัน)


สมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย 736/3 ซอยเศรษฐสุนทร ถนนพระราม 5 กรุงเทพฯ 10300
โทร 02-243-1521 , 243-2750 , โทรสาร 02-241-3839 e-mail: webmaster