รวมเรื่อง เกี่ยวกับ เงินเดือน ค่าจ้าง สิทธิประโยชน์
|
|
ร่างพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... |
|
|
ร่างกฎ ก.พ.
ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน (ฉบับที่ ..)
พ.ศ. .... |
|
|
คลังชงปรับค่าครองชีพ ขรก. |
|
|
ร่างเกณฑ์จัดเออร์ลี่รีไทร์ ขรก.วัยเกิน50ปีทำงานกว่า20ปี |
|
|
ร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่
..) พ.ศ. ... |
|
|
เหะหะพาที: อำลา...ระบบ ซี |
|
|
มุมข้าราชการ:
ปรับเงินเดือนราชการ |
|
|
บัญชีกลางรื้อ กม.กว่า
10 ฉบับ เพิ่มอำนาจ กงช.ปรับเงินเดือน |
|
|
ผู้สูงอายุเฮ ครม.ให้สิทธิ งดจ่ายภาษี Source - เว็บไซต์ไทยโพสต์ (Th) Wednesday, September 28, 2005 03:29
ครม.เพิ่มเพดานลดหย่อนภาษีให้ผู้สูงอายุถึง
1.9 แสนบาท
รายได้ไม่เกินเดือนละ 31,600
บาท
คาด 1 แสนคนรับสิทธิไม่ต้องเสียภาษี
สรรพากรเฉือน 1.2
พันล้าน
นายไชยยศ สะสมทรัพย์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27
ก.ย.ที่ผ่านมา
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอเรื่องมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่มีอายุ
65 ปีขึ้นไป
โดยผู้เสียภาษีสามารถหักค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้อีก
190,000 บาท จากการหักค่าใช้จ่ายปกติทำให้ผู้สูงอายุที่มีเงินได้สุทธิทั้งปีไม่เกิน
380,000 บาท
หรือมีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 31,600
บาท จะไม่มีภาระภาษีอีกต่อไปเพื่อเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุ
หรือผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ
สำหรับมาตรการดังกล่าว
กรมสรรพากรจะออกประกาศเป็นกฎกระทรวงบังคับใช้ต่อไป
ซึ่งจะมีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้ในปี
2548 ที่กรมสรรพากรเตรียมจะเปิดยื่นแบบเสียภาษีภายในวันที่ 1
ม.ค.2549-31
มี.ค.2549
เป็นต้นไป โดยมีผู้สูงอายุได้รับสิทธิจากมาตรการนี้ประมาณ
100,000 คน
นายศิโรตม์ สวัสดิพาณิชย์
อธิบดีกรมสรรพากร
กล่าวว่า ผู้ที่มีอายุ 65
ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เกิดก่อนปี 2483
และพำนักอยู่ในประเทศไทยเกิน 180
วันตามปีปฏิทิน
จะมีสิทธิได้รับเพิ่มวงเงินหักค่าใช้จ่ายพิเศษอีกรายละ
190,000 บาท
จากปัจจุบันที่กรมสรรพากรงดเว้นจัดเก็บภาษี
สำหรับผู้ที่มีเงินได้สุทธิไม่เกินปีละ
190,000 บาท
หรือมีเงินเดือนไม่เกิน 16,000
บาทอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ที่มีอายุ
65 ปีขึ้นไป
จึงได้รับสิทธิเพิ่มวงเงินหักค่าใช้จ่ายอีกเท่าตัวจากวงเงินเดิม
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล
เปิดเผยว่า
ก่อนหน้านี้สรรพากรได้เสนอตัวเลขวงเงินหักค่าใช้จ่าย
สำหรับผู้สูงอายุไว้ที่ 120,000 บาทต่อคนต่อปีเท่านั้น
แต่ระหว่างการพิจารณาของ ครม.นายกรัฐมนตรีเห็นว่า
วงเงินดังกล่าวนั้นน้อยไป
จึงขอให้สรรพากรทบทวนตัวเลขใหม่
ซึ่งภายหลังทบทวนใหม่แล้ว
ที่ประชุมก็เห็นร่วมกันว่าวงเงินที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่
190,000 บาท
ซึ่งเป็นวงเงินที่เพิ่มขึ้นจากสิทธิที่ได้รับเดิม 1
เท่าพอดี ทำให้รายได้ของกรมสรรพากรลดลงอีก 300
ล้านบาท รวมรายได้ลดลง
1,200 ล้านบาท. ------------------------------------------------------------------------------------- |
|
|
การเบิกจ่ายค่าตอบแทนนอกเหนือเงินเดือน ฯ
(ว.141 ลว.26 ก.ย.48)
[ รายละเอียด
] |
|
|
การปรับโครงสร้างอัตราค่าจ้างลูกจ้างของส่วนราชาการ
(ว.135 ลว.20
ก.ย.48) ... [รายละเอียด
PDF file
] |
|
|
การเบิกจ่ายเงินเดือน Source - เว็บไซต์ข่าวสด (Th) Friday, September 23, 2005 02:23 คอลัมน์ ท้องถิ่นชวนรู้ 1.ให้ส่วนราชการเร่งรัดออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน (ครั้งที่ 2) ณ 1 ต.ค.48 ให้แล้วเสร็จทันการเบิกจ่ายในเดือนต.ค.นี้ 2.ให้เลื่อนขั้นเงินเดือน ณ วันที่ 1 ต.ค.48 ก่อนการปรับใช้บัญชีอัตราเงินเดือนใหม่ (ยกเว้นผู้ไม่มีสิทธิเลื่อนขั้นเงินเดือน) 3.ให้ใช้บัญชีถือจ่ายเงินเดือนประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2548 หรือข้อมูลการเบิกจ่ายในระบบบัญชีถือจ่ายฯ สำหรับส่วนราชการที่เข้าโครงการจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของข้าราชการโดยตรง เป็นฐานในการเบิกจ่าย 4.ไม่ต้องออกคำสั่งสำหรับการปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการ จากบัญชีอัตราเงินเดือนที่ใช้ในปัจจุบันเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนตามพระราชกฤษฎีกาการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการ 5.ส่วนราชการที่เข้าโครงการจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของข้าราชการโดยตรง ให้ปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด กค.0409.4/ว 63 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2548 6.ส่วนราชการที่ยังไม่ได้เข้าโครงการจ่ายเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของข้าราชการโดยตรงให้ปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด กค.0409.3/ว 115 ลงวันที่ 30 กันยายน 2547 7.ให้ส่วนราชการแจ้งจำนวนเงินที่ใช้ในการปรับอัตราเงินเดือน ณ 1 ตุลาคม 48 และส่งบัญชีรายละเอียดการปรับอัตราเงินเดือน (รวมทั้งอัตราว่าง) ให้กรมบัญชีกลาง ภายในเดือนพฤศจิกายน
ความร่วมมือ"ข่าวสด"-กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กระทรวงมหาดไทย |
|
|
ร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... Source - มติคณะรัฐมนตรี 14 ก..ย. 2548
คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน แล้วดำเนินการต่อไปได้
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังชี้แจงว่า รัฐบาลมีนโยบายให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.) ให้แก่ผู้รับบำนาญในอัตราร้อยละห้าของเงินเบี้ยหวัดหรือบำนาญ และ ช.ค.บ. ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเพื่อช่วยเหลือผู้รับบำนาญในสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น และเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงอัตราเงินเดือนข้าราชการ ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวจะต้องใช้เงินงบประมาณ ประมาณปีละ 2,633 ล้านบาท (กรณีไม่รวม ช.ค.บ. 5,100 บาท) หรือประมาณปีละ 2,687 ล้านบาท (กรณีรวม ช.ค.บ. 5,100 บาท)
ร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ. 2521 เพื่อเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น (เพิ่มมาตรา 4 ทศ) โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษเพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาทหรือผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ อยู่แล้ว ในวันที่ 1 ตุลาคม 2548 ให้ได้รับ ช.ค.บ. เพิ่มขึ้นในอัตราเดือนละร้อยละห้าของจำนวนเบี้ยหวัดหรือบำนาญ และ ช.ค.บ. ที่ได้รับหรือมีสิทธิได้รับ โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2548
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 13 กันยายน 2548 --จบ-- ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
|
|
ข้าราชการเฮคลั่งดันครม.แก้กม.ใช้สิทธิบำเหน็จตกทอดค้ำกู้เงินแบงก์ |
Source - เว็บไซต์เดลินิวส์ 13 ก.ย. 2548
รายงานจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมครม. วันที่ 13 ก.ย. กระทรวงการคลังเสนอให้ ครม. เห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการและร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ โดยให้ผู้รับบำนาญสามารถนำบำเหน็จตกทอด และบำนาญทั่วไป นำสิทธิเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงินได้
มีผู้รับบำนาญอีกมากที่รับเงินอัตราต่ำ
ได้รับความเดือดร้อนจากสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
จึงสมควรกำหนดให้กลุ่มดังกล่าวสามารถนำสิทธิบำเหน็จตกทอดส่วนที่เหลืออยู่ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้จากสถาบันการเงินได้
ซึ่งจะมีผลกระทบต่องบประมาณในกรณีที่มีการผิดสัญญาค้ำประกันคือทำให้มีการนำเงิน
งบประมาณบางส่วนมาจ่ายเร็วขึ้น
และหากในปีงบประมาณใดมีการถูกบังคับเอาหลักทรัพย์ค้ำประกันก็จะใช้วงเงินงบกลางของปีงบประมาณ
นั้น ๆ
แต่ถ้าไม่พอก็จะขออนุมัติงบกลางเพิ่มเติมเป็นปี ๆ ไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ ครม.ได้อนุมัติหลักเกณฑ์ของข้าราชการบำนาญ
ที่ได้รับเงินบำเหน็จตกทอดก่อนเสียชีวิตตามที่กระทรวงการคลังเสนอ
คือข้าราชการรับบำนาญที่ต้องการรับเงินบำเหน็จตกทอดก่อนตกถึงทายาทจะได้รับเงิน
50% ของบำเหน็จตกทอด หรือ 15
เดือน แต่เมื่อรวมแล้วจะได้รับเงินบำเหน็จตกทอดคิดเป็นเงินไม่เกิน
100,000 บาท ส่วนที่เกินกว่า 100,000
บาท แต่ไม่เกิน 50%
ของเงินบำเหน็จตกทอด
ให้ใช้วิธีนำเอกสารสิทธิที่รับไปกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ เช่น
ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย.
--จบ--
|
|
ขรก. บำนาญเฮไม่ต้องสำรองค่ารักษา สปสช.ออกหน้าเคลียร์แทนเริ่ม 1 ตุลาคม |
Source 12 ก.ย. 48 เว็บไซต์มติชน
นพ.สงวน
นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)
เปิดเผยว่า สปสช.ได้ประสานกับกรมบัญชีกลาง
กระทรวงการคลัง ดำเนินการเบิกเงินสวัสดิการการรักษาพยาบาลแทน
จากเดิมที่เมื่อเจ็บป่วยซึ่งเป็นข้าราชการจะต้องสำรองจ่ายค่ารักษา
และทำเรื่องเบิกจากต้นสังกัดคืนภายหลัง
ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยาก
เป็นให้ข้าราชการเข้ารับการรักษาพยาบาล โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
แต่ใช้วิธีให้คนไข้มอบอำนาจ สปสช. เป็นผู้เบิกเงินแทน คาดว่าจะเริ่มในวันที่ 1
ตุลาคมนี้
"กลุ่มแรกให้บริการแก่ข้าราชการบำนาญ จากนั้นอีก 6 เดือน จะขยายไปยังข้าราชการทั่วไป สปสช. จะร่วมกับสำนักงานประกันสังคม กรมบัญชีกลาง ในการให้บริการสุขภาพกับประชาชนทุกคน และในปี 2549 จะเริ่มดำเนินการด้านการสร้างสุขภาพกับหน่วยงานพันธมิตร ซึ่ง สปสช.จะมีการตั้งสาขาครบทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพื่อเก็บข้อมูลด้านสุขภาพของประชาชนทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่การก้าวก่ายหรือทำให้สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) ลำบากใจ แต่เป็นการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ทั้งระบบดีขึ้น" นพ.สงวนกล่าว และว่า คาดว่าในปีงบประมาณ 2549 การใช้จ่ายงบประมาณในโครงการ 30 บาท ช่วยคนไทยห่างไกลโรค จะราบรื่นและเพียงพอมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา เนื่องจากได้รับงบประมาณ 1,659 บาทต่อคน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีแผนที่จะกระจายอำนาจการบริหารงบประมาณโครงการนี้ไปสู่ท้องถิ่น แต่ขณะนี้โรงพยาบาลเกือบทุกแห่งยังไม่พร้อมที่จะรองรับนโยบายคาดว่ารัฐบาลอาจจะยืดเวลาการกระจายอำนาจออกไป แต่หากโรงพยาบาลไม่มีการเตรียมความพร้อมคงช่วยอะไรไม่ได้มากนัก
นพ.สงวนกล่าวถึงปัญหาของโครงการ 30 บาท ว่า เงินไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ผู้ปฏิบัติงานต้องรู้จริง และมีความตั้งใจจริงในการทำงาน หากทำให้การกระจายของงบประมาณเป็นไปอย่างเหมาะสม จะทำให้งบประมาณไม่ขาดแคลนอย่างที่เคยเป็นอยู่ ส่วนปัญหางบประมาณซื้อยาไม่เพียงพอนั้นสามารถแก้ไขโดยจัดระบบใหม่ ใช้วิธีต่อรองการซื้อยา ซึ่งปกติใช้กับยาพื้นฐาน ไม่ใช่ยาเฉพาะโรค เช่น โรคฮีโมฟีเลีย ยารักษามะเร็ง รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ลิ้นหัวใจ หากโรงพยาบาลรวมตัวกันซื้อยา และอุปกรณ์ราคาแพงเหล่านี้ จะทำให้มีอำนาจในการต่อรองมากขึ้น แต่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคเป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพของยาที่จะซื้อก่อน
--จบ--

|
|
กพ.ชี้แจง พรบ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ที่กาฬสินธุ์ |
Source 1 ก.ย. 48 กรมประชาสัมพันธ์
สำนักงาน กพ.
จัดประชุมชี้แจง
และรับฟังความคิดเห็นจากข้าราชการทุกหน่วยงานในจังหวัดกาฬสินธุ์
เกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ที่กำลังจะนำเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
เมื่อเช้าวันนี้ 1 กันยายน 2548 ที่โรงแรมริมปาว จังหวัดกาฬสินธุ์นายเยี่ยมสุริยา พาลุสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ ซึ่งสำนักงาน ก.พ. และ จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อให้ข้าราชการพลเรือนจากทุกหน่วยงานในจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เข้าใจในสาระสำคัญของการปรับปรุงพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ที่กำลังจะนำเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเร็ว ๆ นี้ และเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากข้าราชการที่เข้าประชุมกว่า 200 คนเกี่ยวกับการแก้ไข พรบ. ดังกล่าวให้มีความสมบูรณ์เป็นประโยชน์ต่อข้าราชการเองและสามารถขับเคลื่อนดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลให้สัมฤทธิ์ผลและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ
สำหรับสาระสำคัญของ พรบ.ระเบียบข้าราชการฉบับใหม่จะมีการเปลี่ยนจาก พรบ.ฉบับเดิมอยู่หลายประการ เช่น มีการปรับปรุงประเภทข้าราชการใหม่เป็น 3 ประเภท ประกอบด้วยข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการพลเรือนในพระองค์และข้าราชการพลเรือนวิสามัญ จะมีการกำหนดตำแหน่งข้าราชการใหม่จากเดิมที่กำหนดตำแหน่งเป็นซี 1 ซี 11 เป็นการกำหนดให้สอดคล้องกับลักษณะงานแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มบริหาร กลุ่มอำนวยการ กลุ่มวิชาการ และกลุ่มทั่วไป มีการเปลี่ยนแปลงระบบเงินเดือนใหม่จากเดิมจะใช้บัญชีเงินเดือนเดียวกันทุกประเภททุกตำแหน่งมาเป็นบัญชีหลากหลายแยกตามประเภทตำแหน่งเพื่อประโยชน์ทั้งการปรับอัตราให้สอดคล้องกับตลาด การบริหารผลงานและสมรรถนะของข้าราชการแต่ละประเภท และนอกจากนั้นยังมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างตำแหน่ง ปรับปรุงค่าตอบแทน และเพิ่มสมรรถนะข้าราชการด้วย
ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
|
|
ไล่จี้หน่วยงานรัฐ รีบขึ้นขั้นให้ขรก. เติมเงินเดือน5% |
Source - 20 ส.ค.48 --โพสต์ทูเดย์
โพสต์ทูเดย์ คลังเร่งหน่วยราชการต่างๆ ออกคำสั่งขึ้นขั้นเงินเดือนข้าราชการก่อน เพื่อที่จะได้จ่ายเงินเดือนใหม่ขึ้น 5% ได้ทันเดือน ตุลาคมนี้สนองนโยบายเติมกำลังเงิน
นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรม บัญชีกลาง กล่าวว่า ตอนนี้กระทรวงการคลัง ได้ซักซ้อมหน่วยงานข้าราชการในทุกสังกัด ทุกกระทรวง ทบวง กรม ในการออกคำสั่งขึ้นเงินเดือนข้าราชการประจำปีงบประมาณ 2549 ที่จะเริ่มในเดือนตุลาคมนี้ โดยให้แต่ละหน่วยงานปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการประจำปีให้เป็นขั้น ให้เรียบร้อยก่อนสิ้นเดือนตุลาคม
หลังจากนั้นก็ให้ปรับขึ้นเงินเดือนใหม่อีก 5% ของเงินเดือนที่ได้ปรับขึ้นขั้นแล้ว
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะเป็นไปตามนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากราคาน้ำมันแพง
นายบุญศักดิ์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่น่าจะมีปัญหา ข้าราชการทุกคนสามารถรับเงินเดือนอัตราใหม่ได้ทันเดือนตุลาคมอย่างแน่นอน โดยรัฐบาลใช้งบประมาณการขึ้นเงินเดือนข้าราชการครั้งนี้ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ในส่วนของข้าราชการบำนาญ ก็จะได้รับเงินเดือนใหม่เพิ่มขึ้น 5% เหมือนกัน แต่ในส่วนของข้าราชการบำนาญที่เงินเดือน ไม่ถึง 7 พันบาท กรมบัญชีกลางจะปรับขึ้นมาให้ได้ 7 พันบาทก่อน และปรับเพิ่มอีก 5%
นายบุญศักดิ์ กล่าวว่า
สำหรับนโยบายการขึ้นเงินเดือนข้าราชการครั้งต่อไปจะเป็นเมื่อไร
ไม่สามารถตอบได้ขึ้นอยู่กับนโยบาย
ซึ่งต้องพิจารณาความพร้อมในหลายๆ ด้าน
--จบ--
|
|
ข้าราชการเฮงขึ้นเงินสองเด้ง |
Source - 15 ก.ค. 48 --ข่าวหุ้น
ข้าราชการกว่า 2 ล้านคน เฮงไม่เลิก กระทรวงการคลังใจถึงปรับขึ้นเงินเดือนให้เดือนตุลาคมตามปกติก่อน แล้วถึงปรับขึ้นพิเศษให้อีก 5% ตามมาตรการมงฟอร์ตของนายกทักษิณ
นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ข้าราชการ 2 ล้านคนทั่วประเทศจะได้รับเงินเดือนใหม่ทันในเดือนตุลาคมปีนี้ ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายไว้ โดยข้าราชการจะได้ปรับขั้นเงินเดือนตามเกณฑ์ปกติก่อน ตามผลงานและได้ปรับพิเศษอีก 5% เพื่อให้ข้าราชการมีชีวิตเป็นอยู่ดีขึ้น
นายบุญศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของข้าราชการบำนาญที่ผ่านมาทางกรมบัญชีกลางได้ทำเรื่องให้มีการปรับเงินเดือนของข้าราชการที่รับบำนาญต่ำกว่า 5,100 บาทต่อเดือน ให้ขึ้นเป็น 5,100 บาทต่อเดือนก่อน หลังจากนั้นถึงจะปรับขึ้นเงินเดือนบำนาญทั้งหมด 5%พร้อมกันทั้งหมด เพื่อไม่ให้คนเงินเดือนน้อยเสียประโยชน์
ปัจจุบันมีข้าราชการบำนาญจำนวน 319,000 คน เป็นเงินค่าบำนาญเดือนละ 4,000ล้านบาท การเพิ่มเงินเดือนข้าราชการบำนาญขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5,100 บาทต่อเดือน ต้องใช้เงินเพิ่มเดือนละ 171 ล้านบาท และการปรับเงินเดือนขึ้นอีก 5% ต้องใช้เงินเดือนละ 200 ล้านบาท
ด้านนายสาธิต รังคสิริ รองอธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ขณะกรมสรรพากรได้สรุปรายละเอียดรองรับมาตรการมงฟอร์ต ที่ให้ผู้ประกอบการนำเงินฝึกอบรมพนักงานมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และการเพิ่มค่าครองชีพให้กับพนักงาน 1,000 บาท และไม่ต่ำกว่า 7,000 บาทต่อเดือน เรียบร้อย มาหักภาษีได้ 1.5 เท่า ให้มีผลตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ โดยผู้ประกอบการสามารถนำรายจ่ายทั้งสองส่วนมาหักได้ทั้งหมดไม่มีกำหนดว่าห้ามเกินเท่าไร โดยมาตรการนี้มีกำหนดใช้ได้ถึงปี 2550 มาตรการนี้ทำให้กรมสรรพากรเสียรายได้ไม่ถึง 10,000 ล้านบาท และจะนำรายละเอียดเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันอังคารนี้--จบ--
|
|
ขรก. ถูกหวย เงินเดือน 2 เด้ง |
Source - 15 ก.ค.48 --โพสต์ทูเดย์
โพสต์ทูเดย์ ข้าราชการกว่า 2 ล้านคน ได้โชค 2 ชั้น กระทรวงการคลังใจถึง ปรับขึ้นเงินเดือนให้ตามปกติก่อน แล้วถึงปรับขึ้นให้อีก 5% ขณะ ที่ข้าราชการบำนาญถ้าได้ไม่ถึง 5.1 พันบาท ก็จะปรับให้ชนเพดานแล้วค่อยเพิ่มเงินให้ ตามมาตรการมงฟอร์ตของนายกฯ ทักษิณ
นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ข้าราชการ 2 ล้านคนทั่วประเทศจะได้รับเงินเดือนใหม่ทันในเดือนตุลาคม 2548 ตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายไว้ในงาน 72 ปี โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ที่ผ่านมา โดยข้าราชการจะได้ปรับขั้นเงินเดือนตามปกติก่อน ตามผลงานที่ทำมากได้มากก็ปรับมาก มีผลงานน้อยก็ได้ปรับขั้นน้อย หลังจากนั้น ข้าราชการก็จะได้ปรับขึ้นอีก 5% โดยคิดจากฐานเงินเดือนใหม่ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ข้าราชการมีชีวิตเป็นอยู่ดีขึ้น
ในส่วนของข้าราชการบำนาญ ที่ผ่านมากรมบัญชีกลางได้ทำเรื่องให้มีการปรับเงินเดือนของ ข้าราชการที่รับบำนาญต่ำกว่า 5.1 พันบาทต่อเดือน ให้เป็น 5.1 พันบาทต่อเดือนก่อน หลังจากนั้นถึงจะปรับขึ้นเงินเดือนบำนาญทั้งหมด 5% พร้อมกันทั้งหมด เพื่อไม่ให้คนเงินเดือนน้อยเสียประโยชน์ และกระจายผลประโยชน์ไปให้ทั่วถึงเหมือนข้าราชการที่ยังไม่ได้เกษียณ
ปัจจุบัน ข้าราชการบำนาญมีอยู่จำนวน 319,000 คน ใช้เงินเดือนละ 4 พันล้านบาท การเพิ่มเงินเดือนข้าราชการบำนาญขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 5.1 พันบาทต่อเดือน ต้องใช้เงินเพิ่มเดือนละ 171 ล้านบาท จากนั้นเมื่อปรับบำนาญขึ้นอีก 5% ต้องใช้เงินเดือนละ 200 ล้านบาท รวมเป็นการใช้เงินเพิ่มอีกทั้งสิ้น 371 ล้านบาท
เราต้องการให้ข้าราชการทุกคนได้ประโยชน์มากที่สุด จึงพยายามดูรายละเอียดต่างๆ ไม่ให้ ข้าราชการต้องเสียประโยชน์จากการปรับขึ้นเงินเดือนครั้งนี้ ซึ่งงบประมาณยังอยู่ในกรอบ 2 หมื่นล้านบาทที่ตั้งไว้ นายบุญศักดิ์ กล่าว
ด้าน นายสาธิต รังคสิริ รองอธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ได้สรุปรายละเอียดรองรับมาตรการมงฟอร์ต ที่ให้ผู้ประกอบการนำเงิน ฝึกอบรมพนักงานมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และการเพิ่มค่าครองชีพให้กับพนักงาน 1 พันบาท และไม่ต่ำกว่า 7 พันบาทต่อเดือน มาหักภาษีได้ 1.5 เท่า ให้มีผลตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ โดยผู้ประกอบการสามารถนำรายจ่ายทั้งสองส่วนมาหักได้ทั้งหมด ไม่มีกำหนดว่าห้ามเกินเท่าไร
มาตรการดังกล่าวมีกำหนดใช้ได้ถึงปี 2550 ทำให้กรมสรรพากรเสียรายได้ไม่ถึง 1 หมื่นล้านบาท และจะนำรายละเอียดเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันอังคารนี้
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การแก้ไขหนี้สินภาคประชาชนตามมาตรการมงฟอร์ต ได้สั่งการให้กรมบัญชีกลางเพื่อหาทางช่วยเหลือ
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการและขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ เนื่องจากปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวนอย่างนี้ จะช่วยให้ผ่อนคลาย ลงได้บ้าง--จบ--
|
|
ตารางเปรียบเทียบเงินเดือน เก่าและใหม่ ต.ค. 48 <<< ...รายละเอียด... >>> |
online
Posted: 09.06.2550 16:48
pvmonthly:
pvhomepage