seach

แถลงข่าว rss
28 ม.ค. 2565
icon68
“เศรษฐกิจไทยปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 1.2 ต่อปี โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ขณะที่เศรษฐกิจไทยปี 2565 คาดว่าจะขยายตัวเร่งขึ้นที่ร้อยละ 4.0 ต่อปี จากการฟื้นตัวของการใช้จ่ายในประเทศและภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง”
28 ม.ค. 2565
icon20
“ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือนมกราคม 2565 ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคที่จะปรับตัวดีขึ้นในอนาคต แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) สายพันธุ์โอมิครอน”
26 ม.ค. 2565
icon70
ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม–ธันวาคม2564) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน557,173 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 29,651 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.6 และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.6 โดยการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร และการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ สูงกว่าประมาณการ 49,695 และ 6,362 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.7 และ 15.1 ตามลำดับจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และการนำส่งรายได้ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่สูงกว่าประมาณการเป็นสำคัญ ในขณะที่การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตและส่วนราชการอื่น ต่ำกว่าประมาณการ 9,447 และ 5,384 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.6 และ 16.5 ตามลำดับ
26 ม.ค. 2565
icon38
ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม - ธันวาคม 2564) รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้นจำนวน 531,147 ล้านบาท ในขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้นจำนวน 1,059,145 ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล จำนวน 305,020 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 337,182 ล้านบาท
25 ม.ค. 2565
icon18
กระทรวงการคลังได้มีมาตรการขยายระยะเวลาการช่วยเหลือนายจ้างและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากเดิมที่ผ่อนผันให้จนถึงงวดนำส่งเงินของเดือนธันวาคม 2564 ให้สามารถหยุดหรือเลื่อนการนำส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (กองทุนฯ) เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่งวดนำส่งเงินของเดือนมกราคม 2565 จนถึงงวดนำส่งเงินของเดือนมิถุนายน 2565 โดยนับอายุการเป็นสมาชิกกองทุนฯ ต่อเนื่อง และคงสมาชิกภาพไว้ ภายใต้หลักการและแนวปฏิบัติเดิม เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของลูกจ้างและนายจ้างที่ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ในปัจจุบัน โดยมุ่งหวังให้ลูกจ้างที่เป็นแรงงานในระบบยังคงสถานะการเป็นสมาชิกกองทุนฯ และสามารถออมผ่านกองทุนฯ หลังจากที่สถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ได้คลี่คลาย เพื่อเป็นหลักประกันรายได้และนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ
24 ม.ค. 2565
icon168
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2565 รับทราบ และอนุมัติตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ในคราวประชุมครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ซึ่งคณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบโครงการ ดังต่อไปนี้ (1) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 (2) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 และ (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ตามที่กระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเสนอ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดของ COVID-19 ให้แก่กลุ่มที่มีความเปราะบางทางด้านรายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สิน และผู้ต้องการความช่วยเหลือตลอดจนเพื่อรักษาแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2565 ผ่านการเพิ่มอุปสงค์การบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในสถานการณ์ที่ราคาสินค้าสูงขึ้น โดยประชาชนแต่ละคนจะสามารถเข้าร่วมโครงการได้เพียง 1 โครงการ
18 ม.ค. 2565
icon27
การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ “รุ่นส่งความสุข” วงเงิน 30,000 ล้านบาท ซึ่งจำหน่ายผ่าน 4 ธนาคารตัวแทนจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2565 ให้กับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สามารถจำหน่ายได้ครบวงเงินแล้ว โดยในครั้งนี้มีการลงทุนผ่าน Internet และ Mobile Banking เพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดและวิถีการทำธุรกรรมทางการเงินที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง ณ ปัจจุบัน
17 ม.ค. 2565
icon26
วันนี้ (17 มกราคม 2565) เป็นวันแรกของการพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ รุ่นส่งความสุข อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดเฉลี่ยร้อยละ 1.90 ต่อปี วงเงิน 30,000 ล้านบาท โดยได้เปิดการจำหน่ายให้กับประชาชนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป รายละไม่เกิน 5 ล้านบาท ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ที่ผ่านมา และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก สามารถจำหน่ายได้แล้วประมาณ 27,000 ล้านบาท ทั้งนี้ วงเงินที่เหลืออีก 3,000 ล้านบาท จะจำหน่ายให้ผู้สูงอายุพรุ่งนี้อีก 1 วัน และเปิดจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปในวันที่ 19 มกราคม 2565 เวลา 08.30 น. ต่อไป
14 ม.ค. 2565
icon103
ตามที่ได้มีกระแสข่าวว่าจะมีการเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ในวันที่ 16 มกราคม 2565 โดยให้ประชาชนกลุ่มเก่าที่เคยได้รับสิทธิกดยืนยันสิทธิ และให้ประชาชนกลุ่มใหม่จำนวน 5 ล้านคน ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการนั้นไม่เป็นความจริง ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ
10 ม.ค. 2565
icon22
ด้วยขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพปลอมแปลงหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาของศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษา กระทรวงการคลัง เพื่อไปใช้แอบอ้างในการให้เงินกู้กับประชาชน