seach

แถลงข่าว rss
28 ต.ค. 2564
icon49
“เศรษฐกิจไทยปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 1.0 ต่อปี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่รุนแรงมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดมีทิศทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ส่งผลให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจไทยปี 2565คาดว่าจะขยายตัวเร่งขึ้นที่ร้อยละ 4.0 ต่อปี จากการส่งออกที่ขยายตัวได้ต่อเนื่องและการท่องเที่ยวที่กลับมาฟื้นตัว”
28 ต.ค. 2564
icon22
“ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือนตุลาคม 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าในทุกภูมิภาคสะท้อนความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคตะวันตกและภาคเหนือ เนื่องจากจะมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนพฤศจิกายน ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) มีแนวโน้มคลี่คลายลง”
27 ต.ค. 2564
icon21
ในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทย ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีผู้แทนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน เข้าร่วมประชุม ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบการรายงานความคืบหน้าของการดำเนินการตามแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ฉบับที่ 3 (ปี 2560 - 2564) ณ สิ้นไตรมาสที่ 3/2564 และการรายงานความคืบหน้าการดำเนินการของมาตรการของตลาดเงินและตลาดทุนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย (เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19) รวมทั้งให้ความเห็นชอบการกำหนดแนวทางและทิศทางของแผนพัฒนาตลาดทุนไทยฉบับต่อไป
25 ต.ค. 2564
icon34
จากข้อมูล ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2564 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 25.44 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 110,123.4 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 55,975.3 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 54,148.1 ล้านบาท และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวน 84,680 คน จากจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ 480,170 ราย โดยมียอดใช้จ่ายสะสมส่วนประชาชนรวม 2,764 ล้านบาทโดยมีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 2,200 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 241 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายส่วน e-Voucher 144 ล้านบาท
22 ต.ค. 2564
icon22
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค (APEC Finance Ministers’ Meeting: APEC FMM) ครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2564 ด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนาย Grant Robertson รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนิวซีแลนด์ เป็นประธาน พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้แทนระดับสูงจากสมาชิกเอเปคทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ ผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development: OECD) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) เป็นต้น และผู้แทนภาคเอกชนจากสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council: ABAC) เข้าร่วมการประชุม ซึ่งหัวข้อหลัก (Theme) ของการประชุมเอเปคประจำปี 2564 คือ “Join, Work, Grow. Together.”
22 ต.ค. 2564
icon22
จากข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2564 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 25.32 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 105,444ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 53,588 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 51,856 ล้านบาท และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวน 83,574 คน จากจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ 479,293 ราย โดยมียอดใช้จ่ายสะสมรวมทั้งหมด 2,702 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 2,144 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 234 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายส่วน e-Voucher 140 ล้านบาท
19 ต.ค. 2564
icon104
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 19 ต.ค.2564 รับทราบและอนุมัติตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ในคราวประชุมครั้งที่ 11/2564 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 โดยคณะกรรมการฯ เห็นควรให้ความเห็นชอบและอนุมัติการเพิ่มวงเงินสนับสนุนในโครงการ ดังนี้ (1) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 (โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรฯ ระยะที่ 3) (2) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือฯ) (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และ (4) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ตามที่กระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเสนอ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบการแพร่ระบาดของ COVID-19 ให้แก่กลุ่มที่มีความเปราะบางทางด้านรายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สิน และผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ตลอดจนเพื่อพยุงและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 ผ่านการเพิ่มอุปสงค์การบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
15 ต.ค. 2564
icon36
จากข้อมูล ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2564 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 25.08 ล้านราย จากผู้ได้รับสิทธิรวม 27.64 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 94,458.2 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 48,005.4 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 46,452.7 ล้านบาท และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวน 81,929 คน จากจำนวนผู้ได้รับสิทธิกว่า 4.7 แสนราย โดยมียอดใช้จ่ายส่วนประชาชนสะสมทั้งหมด 2,603.8 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 2,054 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 224 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายส่วน e-Voucher สะสมกว่า 130.5 ล้านบาท
15 ต.ค. 2564
icon36
สถาบันการเงินเฉพาะกิจภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ได้จัดทำมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ประกอบการผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยการพักชำระหนี้และสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติม
15 ต.ค. 2564
icon25
สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ร่วมกับกรมสรรพากร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) ผนึกกำลังภาครัฐยกระดับบริการขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยเป็นครั้งแรกที่ผู้ลงทุนพันธบัตรออมทรัพย์สามารถขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยพันธบัตรที่ซื้อจากตลาดรองในส่วนที่ได้รับยกเว้นผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ทำให้การลงทุนง่ายและสะดวกกว่าเดิม ตอบโจทย์นโยบายการลงทุนด้วยนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล