seach

แถลงข่าว rss
11 ต.ค. 2564
icon37
จากข้อมูล ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2564 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 24.92 ล้านราย จากผู้ได้รับสิทธิรวม 27.55 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 87,124.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 44,291.7 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 42,832.6 ล้านบาท และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวน 80,793 คน จากจำนวนผู้ได้รับสิทธิกว่า 4.7 แสนราย โดยมียอดใช้จ่ายสะสมรวมทั้งหมด 2,551 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 2,006 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 218 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายส่วน e-Voucher สะสมกว่า 122 ล้านบาท
8 ต.ค. 2564
icon26
จากข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2564 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 24.76 ล้านราย จากผู้เข้าร่วมโครงการรวม 27.47 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 80,660.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 41,016 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 39,644.3 ล้านบาท และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวน 79,681 คน จากจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ 497,374 ราย โดยมียอดใช้จ่ายสะสมรวมทั้งหมด 2,496 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 1,957 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 213 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายส่วน e-Voucher 110 ล้านบาท
5 ต.ค. 2564
icon22
บริษัท S&P Global Ratings (S&P) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)
4 ต.ค. 2564
icon23
จากข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2564 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 24.52 ล้านราย จากผู้เข้าร่วมโครงการรวม 27.31 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 72,726 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 37,004.3 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 35,721.7 ล้านบาท และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวน 78,451 คน จากจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ 496,336 ราย โดยมียอดใช้จ่ายสะสมรวมทั้งหมด 2,444 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 1,911 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 208 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายส่วน e-Voucher 102 ล้านบาท
1 ต.ค. 2564
icon34
ในวันนี้ (1 ตุลาคม 2564) กระทรวงการคลังได้โอนวงเงินสนับสนุนให้แก่ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 รอบที่ 2 เพิ่มเติม จำนวน 1,500 บาทต่อคน โดยนำไปรวมกับวงเงินสิทธิคงเหลือจากรอบแรกโดยอัตโนมัติและสำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนใหม่และได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 หลังวันที่ 1 ตุลาคม 2564 จะได้รับวงเงินสิทธิรวมทั้งสิ้น 3,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 สามารถใช้สิทธิได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564
29 ก.ย. 2564
icon40
ประชาชนผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ (โครงการฯ) ที่ประสงค์จะใช้สิทธิซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มที่จะเปิดให้ใช้บริการตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป เวลา 06.00 – 20.00 น. ของทุกวัน
29 ก.ย. 2564
icon23
“ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือนกันยายน 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าในทุกภูมิภาค สะท้อนถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง เนื่องจากคาดการณ์ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) มีแนวโน้มคลี่คลายลง หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา”
29 ก.ย. 2564
icon89
ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 (ตุลาคม 2563 - สิงหาคม 2564) รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น จำนวน 2,144,766 ล้านบาท ในขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น จำนวน 2,905,931 ล้านบาท
28 ก.ย. 2564
icon35
วันนี้ (28 กันยายน 2564) คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2565 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยในการจัดทำแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2565 ได้คำนึงถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่องและรุนแรง รัฐบาลจึงจำเป็นต้องยกระดับความเข้มข้นของมาตรการและการบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขและบรรเทาสถานการณ์ฉุกเฉินให้คลี่คลายลงโดยเร็ว โดยแผนฯ ในปีงบประมาณ 2565 รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการคลังในการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
28 ก.ย. 2564
icon51
ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 (ตุลาคม 2563 – สิงหาคม 2564) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน 2,105,023 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 285,670 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.9 และต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 57,292 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.6