seach

แถลงข่าว rss
4 ก.พ. 2565
icon47
มาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ซึ่งประกอบด้วย โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ได้เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายวันแรกเมื่อวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมาพบว่าจากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 ณ เวลา 23.00 น. มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 21.64 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด 6,580.47 ล้านบาท
3 ก.พ. 2565
icon31
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (โครงการฯ) ที่ได้เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายวันแรกเมื่อวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมาพบว่าจากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 ณ เวลา 15.00 น. มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 11.51 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายรวม 3,782.9 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 1,913 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 1,869.9 ล้านบาท
1 ก.พ. 2565
icon48
มาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ซึ่งประกอบด้วย โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ได้เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายวันแรก เมื่อวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งพบว่าในการใช้จ่ายวันแรก ณ เวลา 16.00 น. มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 5.44 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวม ทั้งหมด 1,132.44 ล้านบาท
1 ก.พ. 2565
icon159
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 และการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง
31 ม.ค. 2565
icon53
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (โครงการฯระยะที่ 4) จะเริ่มให้ประชาชนผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 จำนวน 27.98 ล้านคน ยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 4 วันแรกในวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ทันทีหลังการกดยืนยันสิทธิเรียบร้อยแล้ว
28 ม.ค. 2565
icon64
“เศรษฐกิจไทยปี 2564 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 1.2 ต่อปี โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ขณะที่เศรษฐกิจไทยปี 2565 คาดว่าจะขยายตัวเร่งขึ้นที่ร้อยละ 4.0 ต่อปี จากการฟื้นตัวของการใช้จ่ายในประเทศและภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง”
28 ม.ค. 2565
icon20
“ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค เดือนมกราคม 2565 ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคที่จะปรับตัวดีขึ้นในอนาคต แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) สายพันธุ์โอมิครอน”
26 ม.ค. 2565
icon70
ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม–ธันวาคม2564) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน557,173 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 29,651 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.6 และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.6 โดยการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร และการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ สูงกว่าประมาณการ 49,695 และ 6,362 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.7 และ 15.1 ตามลำดับจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และการนำส่งรายได้ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่สูงกว่าประมาณการเป็นสำคัญ ในขณะที่การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตและส่วนราชการอื่น ต่ำกว่าประมาณการ 9,447 และ 5,384 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.6 และ 16.5 ตามลำดับ
26 ม.ค. 2565
icon37
ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม - ธันวาคม 2564) รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้นจำนวน 531,147 ล้านบาท ในขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้นจำนวน 1,059,145 ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล จำนวน 305,020 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 337,182 ล้านบาท
25 ม.ค. 2565
icon18
กระทรวงการคลังได้มีมาตรการขยายระยะเวลาการช่วยเหลือนายจ้างและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากเดิมที่ผ่อนผันให้จนถึงงวดนำส่งเงินของเดือนธันวาคม 2564 ให้สามารถหยุดหรือเลื่อนการนำส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (กองทุนฯ) เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่งวดนำส่งเงินของเดือนมกราคม 2565 จนถึงงวดนำส่งเงินของเดือนมิถุนายน 2565 โดยนับอายุการเป็นสมาชิกกองทุนฯ ต่อเนื่อง และคงสมาชิกภาพไว้ ภายใต้หลักการและแนวปฏิบัติเดิม เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของลูกจ้างและนายจ้างที่ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ในปัจจุบัน โดยมุ่งหวังให้ลูกจ้างที่เป็นแรงงานในระบบยังคงสถานะการเป็นสมาชิกกองทุนฯ และสามารถออมผ่านกองทุนฯ หลังจากที่สถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ได้คลี่คลาย เพื่อเป็นหลักประกันรายได้และนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ