seach

แถลงข่าว rss
17 ก.พ. 2565
icon18
ความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 โดยจากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 ณ เวลา 23.00 น. พบว่า มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 24.07 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายรวม 31,589.7 ล้านบาท
17 ก.พ. 2565
icon30
ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม 2564 - มกราคม 2565) รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น จำนวน 769,372 ล้านบาท ในขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น จำนวน 1,260,382 ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล จำนวน 338,465 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนมกราคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 403,579 ล้านบาท
17 ก.พ. 2565
icon25
รมว.คลัง เผยประเทศไทยร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญาพหุภาคีเพื่อดำเนินมาตรการเกี่ยวกับอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนในการป้องกันการกัดกร่อนฐานภาษีและโอนกำไรไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำ (Multilateral Convention to Implement Tax Treaty Related Measures to Prevent Base Erosion and Profit Shifting : MLI)
15 ก.พ. 2565
icon24
ความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 โดยจากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 ณ เวลา 23.00 น. พบว่า มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 23.67 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายรวม 28,310.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 14,346.6 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 13,963.7 ล้านบาท และมียอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทตามร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 11,024.3 ล้านบาท ร้านธงฟ้า 5,224.6 ล้านบาท ร้าน OTOP 1,306.5 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไป 10,221.2 ล้านบาท ร้านบริการ 489.2 ล้านบาท และกิจการขนส่งสาธารณะ 44.5 ล้านบาท
14 ก.พ. 2565
icon52
ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม 2564 – มกราคม 2565) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน 758,388 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 42,676 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.0 และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6.1
12 ก.พ. 2565
icon39
กระทรวงการคลังชี้แจงประเด็นตามที่มีกระแสข่าวผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีที่ผู้ประกอบการร้านค้าที่จังหวัดขอนแก่นรายหนึ่งรับทราบข่าวการประชาสัมพันธ์ของกรมสรรพากรเกี่ยวกับการยื่นเสียภาษีและสามารถขอคำแนะนำได้จากสรรพากรทั่วประเทศ จึงได้เข้าปรึกษาและขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่พร้อมเอกสารหลักฐานเพื่อประสงค์ชำระภาษีให้ถูกต้อง ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรได้ตรวจสอบจากหลักฐานการยื่นของผู้ประกอบการแล้วพบว่า รายได้ของผู้ประกอบการดังกล่าวเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่ได้ให้คำแนะนำว่า เมื่อมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และเจ้าหน้าที่ได้คำนวณภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งให้คำแนะนำว่า เบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถยื่นคำร้องของดเบี้ยปรับได้ ซึ่งผู้ประกอบการรายดังกล่าวก็ได้ยื่นชำระภาษีพร้อมทั้งได้รับการพิจารณางดเบี้ยปรับทำให้มีการชำระภาษีลดลงกว่าที่ปรากฎในข่าวเรียบร้อยแล้ว
11 ก.พ. 2565
icon30
มาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ซึ่งประกอบด้วย โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ได้เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายวันแรกเมื่อวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา พบว่า จากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 ณ เวลา 23.00 น. มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 34.42 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด 23,032.55 ล้านบาท
10 ก.พ. 2565
icon22
โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ได้เปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (ประชาชนทั่วไปฯ) วันนี้เป็นวันแรก โดยพบว่า ณ เวลา 15.00 น. มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวนประมาณ 7.7 แสนราย ซึ่งประชาชนทั่วไปฯ ที่ลงทะเบียนโครงการฯ ระยะที่ 4 สำเร็จ จะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2565
9 ก.พ. 2565
icon26
โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (โครงการฯ ระยะที่ 4) จะมีการเปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (ประชาชนทั่วไปฯ) ในวันพรุ่งนี้เป็นวันแรก (วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565) ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 22.00 น. ต่อเนื่องทุกวัน จนกว่าจะครบจำนวนประมาณ 1 ล้านสิทธิ
8 ก.พ. 2565
icon28
ความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (โครงการฯ ระยะที่ 4) โดยจากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 ณ เวลา 23.00 น. พบว่า มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 20.40 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายรวม 14,027.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 7,102.8 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 6,924.8 ล้านบาท และมียอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทตามร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 5,201.1 ล้านบาท ร้านธงฟ้า 2,743.7 ล้านบาท ร้าน OTOP 675.8 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไป 5,144.5 ล้านบาท ร้านบริการ 243.5 ล้านบาท และกิจการขนส่งสาธารณะ 19 ล้านบาท